วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Notes Tuesday October 6 2558



บันทึกการเรียนครั้งที่ 8

The knowledge gained : ความรู้ที่ได้รับ

^ _ ^ Teacher presentation : นำเสนอโทรทัศน์ครู

เลขที่  18 นางสาว เวรุวรรณ  ชูกลิ่น
เรื่อง กิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก

สรุปได้ว่า (In conclusion,) กิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กมีวิธีการกระตุ้นด้วยของเล่น การทดลองจากหลักวิทยาศาสตร์ โดยของเล่นหรือการทดลองควรใช้วัสดุ-อุปกรณ์ที่หาได้ง่าย หรือ เป็นวัสดุเหลือใช้
ตัวอย่างกิจกรรม
1. แรงลอยตัว  กิจกรรม คือ ทำนักดำน้ำจากหลอดกาแฟ
2. ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วของอากาศ และ แรงดันอากาศ กิจกรรม คือ การเลี้ยงลูกด้วยนม
3. ถุงพลาสติกมหรรศจรรรย์
4. ความดันยกของ

เลขที่ 17 นางสาว วัชรี  วงศ์สะอาด
เรื่อง วัยอนุบาลเรียนวิทยาศาสตร์จากสิ่งรอบตัว

สรุปได้ว่า  (In conclusion,)  ครูพาเด็กสำรวจสิ่งแวดล้อมรอบๆโรงเรียนหลังจากเลิกแถวหน้าเสาธงทุกวัน เพื่อให้เด็กได้สำรวจว่า นี่คือหญ้า นี่คือต้นไม้-ดอกไม้ เป็นต้น ยกตัวอย่างกิจกรรม เช่น ครูสอนเด็กหน่วย หญ้า เรื่อง หญ้าทำไมถึงกั้นน้ำได้ ครูก็จะให้เด็กเดินสำรวจหญ้าชนิดต่างๆรอบโรงเรียน เพื่อให้เด็กรู้จักกสังเกตว่า หญ้าชนิดใดที่สามารถกั้นน้ำไม่ให้ไหลผ่านมาได้ เป็นต้น

เลขที่ 16 นางสาว ภัทรวรรณ  หนูแก้ว
เรื่อง  นารีวุฒบ้านวิทยาศาสตร์น้อย

สรุปได้ว่า (In conclusion,)  ครูจัดกิจกรรมให้เด็กอนุบาล โดยให้เด็กทดลองวิทยาศาสตร์จากอุปกรณ์ที่หาได้ง่าย เป็นวัสดุเหลือใช้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เด็กได้คิด-วิเเคราะห์ เปรียบเทียบ ในการทดลองวิทยาศาสตร์

ตัวอย่างกิจกรรม เช่น

1. กิจกรรมตัวทำละลาย  ครูจะวางอุปกรณ์ให้เด็กดูแล้วถามเด็ก เพื่อให้เด็กได้ใช้ภาษา ใช้การสังเกตอุปกรณ์ที่ครูนำมาวางไว้ หลักการ คือ ให้เด็กทดลองการละลายของเกลือ  น้ำตาล ทราย แล้วใช้คำถามให้เด็กได้คิด-วิเคราะห์จากการสังเกตการละลายของวัตถุแต่ละชนิดที่แตกต่างกันก่อน และ หลังการทดลอง จากนั้นสรุปได้ว่า เกลือ และ น้ำตาล สามารถละลายน้ำได้

2. กิจกรรมจมหรือลอย  ครูให้เด็กสังเกตน้ำมันทำไมไม่ผสมกับน้ำ เป็นการสอนให้เด็กได้ตั้งคำถาม สังเกตการผสมของน้ำและน้ำมัน สรุปหลังการทดลองได้ว่า น้ำมันมีมวลที่น้อยกว่าน้ำ ทำให้น้ำและน้ำมันผสมกันไม่ได้

^_^ ร่วมกันวางแผนและเขียนหน่วยการเรียนรู้/สาระที่ควรรู้

*** กลุ่มเราได้สาระที่ควรรู้คือ ธรรมชาตรอบตัวเด็ก หน่วยการเรียนรู้คือ ยานพาหนะ








Skills : ทักษะ

1. นำเสนอโทรทัศน์ครูและเขียนหน่วยการเรียนรู้/สาระที่ควรรู้
2. ระดมความคิด คิด-วิเคราะห์ ในการเขียนสาระการเรียนรู้

Adoption : การนำไปใช้

1. สามารถนำการทดลองจากโทรทัศน์ครูที่เพื่อนนำเสนอไปประยุกต์ใช้ในการสอนเด็กปฐมวัยได้
2. นำตัวอย่างหรือแนวทางการเขียนหน่วย / สาระที่ควรรู้ ของเพื่อนๆแต่กลุ่มมาประยุกต์ใช้ในการเขียนแผนการสอนของเราได้

Teaching Techniques : เทคนิคการสอน

1. การใช้คำถาม
2. ระดมความคิดกับเพื่อนในห้องเรียน
3. การสังเคราะห์-วิเคราะห์
4. การยกตัวอย่างกิจกรรม

Assessment : การประเมิน

ตัวเอง        แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าเรียนตรงต่อเวลา ร่วมทำกิจกรรมในห้องเรียน มีความรับผิดชอบ
                  มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมภายในห้องเรียน

เพื่อน         แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าเรียนสาย ร่วมกันสังเคราะห์ - วิเคราะห์ ของเล่นวิทยาศาสตร์
                  ของเพื่อนอีกเซ็คหนึ่ง ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมภายในห้องเรียน

ครูผู้สอน    แต่งกายสุภาพเรียบร้อยเข้าสอนตรงเวลา สอนเข้าใจง่าย นักศึกษามีส่วนร่วมในการเรียน
                  คอยเพิ่มเติมเกร็ดความรู้ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และยกตัวอย่างระหว่างนำเสนอ

ห้องเรียน   ห้องสะอาดเรียบร้อย อุปกรณ์พร้อมใช้งาน






สรุปวิจัย


ชื่อวิจัย   การพัฒนากระบวนการวิทยาศาสตร์พื้นฐานของเด็กปฐมวัย
               โดยการใช้รูปแบบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้
               (Process Science using creative forms of artistic activity.)


ผู้เขียนวิจัย ณัฐชุดา  สาครจริญ  ต่อ มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ พ.ศ. 2548

ความเป็นมาของวิจัย

           จากการประเมินความสามารถทางวิทยาศาสตร์ของเด็กไทยโดยใช้มาตรฐานสากลในการจัดอันดับปี 2544 พบว่า ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 49 จากทั้งหมด 49 ประเทศแสดงถึงการจัดการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เด็กไทยไม่ชอบเรียนวิทยาศาสตร์ และหลักสูตรการศึกษาไม่เอื้อต่อการเรียนรู้
           การเรียนรู้วิทยาศาสตร์เริ่มได้ตั้งแต่ระดับปฐมวัย เด็กสามารถพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์จากการเล่นและทำงานตามที่เด็กสนใจ ได้ลงมือกระทำปฏิบัติจริงลองผิดลองถูกและเรียนรู้จากการค้นพบด้วยตนเอง จากประสบการณ์ที่เด็กได้รับนี้จะทำให้เด็กพัฒนาตนเองได้ตามวัยและเกิดการเรียนรู้ เกิดความเข้าใจจากการทำกิจกรรม

วัตถุประสงค์

1.เพื่อศึกษาระดับการพัฒนาของทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์โดยใช้รูปแบบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้

2.เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์พื้นฐานของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการจัดประสบการณ์โดยใช้รูปแบบกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้

สมมติฐาน
       เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมรูปและศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้มีการพัฒนาทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์หลังจากการทดลองสูงกว่าก่อนทดลอง

กลุ่มตัวอย่าง คือ เด็กอายุ 5-6 ปี ร.ร.สามเสนนอก กทม. จำนวน 15 คน
ระยะเวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์  สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 40 นาที

วิธีดำเนินการวิจัย
1.กำหนดประชากรและการสุ่มตัวอย่าง
2.การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
3.เก็บรวบรวมข้อมูล
4.ทำการวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ                                                                                                                       1. แผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ จำนวน 24 เรื่อง เช่น รถ ผักผลไม้ อาหาร เวลา       2. แบบการประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานสำหรบเด็กปฐมวัย

วิธีดำเนินการวิจัย

1.ผู้วิจัยทำการทดสอบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยก่อนทำการทดลอง
2.ผู้วิจัยทำการดำเนินการทดลองในกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ด้วยการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เอการเรียนรู้ ใช้เวลาทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วันในวันอังคาร พุธ พฤหัสบดี วันละ 40 น.รวม 24 ครั้ง ทำการทดลองในช่วงเวลา 09:30 – 10:10 น
3.เมื่อดำเนินการทดลองครบ 8 สัปดาห์ ผู้วิจัยได้ใช้แบบทดสอบชุดเดียวกันในการทำหลังทดลอง
4.นำข้อมูลที่ได้จากการทดสอบมาตรวจให้คะแนนแลนำไปทำการวิเคราะห์ข้อมูล

ผลการวิจัย

       จากผลการศึกษา พบว่า เด็กปฐมวัยก่อนการทดลองและหลังการทดลองมีการพัฒนากระบวนการวิทยาศาสตร์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่รับ 0.1 และอยู่ในระดับดีทุกทักษะโดยเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการทดลองเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้แสดงให้เห็นว่า การจัดประสบการณ์กิจกรรมรูปแบบศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ส่งผลให้เด็กปฐมวัยมีทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์สูงขึ้น

โทรทัศน์ครู


โทรทัศน์ครู เรื่อง สร้างพื้นฐานการเรียนรู้จากกิจกรรม 5 ประสาทสัมพัส
       (The basic building blocks of learning activities five senses.)


โดย  คุณครู เด่นดวง   ธรรมทวี  โรงเรียนบ้านสำโรงเกียรติ  จังหวัด ศรีสะเกษ


              ในเรื่องนี้  คุณครู เด่นดวง   ธรรมทวี  ได้กล่าวว่า  เด็กปฐมวัยเป็นวัยเริ่มต้นเรียนรู้เรื่องต่างๆ  ครูจึงมีหน้าที่ป้อนความรู้พื้นฐานที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน  เพื่อให้เด็กพร้อมที่จะเรียนในชั้นที่สูงขึ้น  อย่างเรื่องของประสาทสัมผัสทั้ง 5 ( หู ตา จมูก ลิ้น และกาย )  ก็ได้นำสิ่งของใกล้ตัวของเด็กมาสอนเด็ก  เป็นการสอนให้เด็กปฐมวัยได้มีความรู้เรื่องประสาทสัมผัสผ่านของจริงใกล้ตัว  ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมในการเรียนขั้นสูงต่อไป  อาทิเช่น
           
               -  การมอง   เด็กสามารถอธิบายได้ว่าของสิ่งนั้นมีลักษณะอย่างไร  นั้นคือ  เราใช้ตาในการมองเห็น  ซึ่งตาเป็นประสาทสัมผัสอย่างหนึ่งนั้นเอง  ทำให้เด็กได้รู้เรื่องขนาด  รูปทรง  เล็ก-ใหญ่  หนา-บาง  เมื่อเด็กรู้แล้ว  ก็ควรปล่อยให้เด็กเล่นเพื่อเป็นการเรียนรู้ด้วยตนเอง  ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้โดยการคาดคะเน
               -  การฟัง   โดยการใช้เสียงที่ไม่เหมือนกัน  ครูจะเขย่ากระบอกเสียงให้เด็กฟังก่อน  โดยเริ่มจากเสียงที่ดังที่สุดไปยังเสียงที่เบาที่สุด   อาจจะทำเป็น 2 ชุด  แล้วให้เด็กบอกความแตกต่างและจับคู่เสียงที่ดังเท่ากัน  นอกจากกระบอกเสียงแล้วยังสามารถใช้เปลือกหอยขนาดต่างๆ  ได้
               - การสัมผัส   การใช้ผ้าปิดตาเด็กแล้วให้เด็กสัมผัสผ้าที่มีเนื้อผ้าที่แตกต่างกัน  เด็กจะได้รู้ลักษณะของผ้าที่มีความหยาบ  ความหนา-บาง  ความลื่น  ความนุ่ม  เด็กสามารถบอกความแตกต่างในสิ่งที่เขาสัมผัสได้
               - การดมกลิ่น   การนำเอากลิ่นที่เด็กคุ้นเคยมาให้ทดลองดม  เมื่อเด็กดมก็จะต้องบอกได้ว่ากลิ่นที่ดมไปคือกลิ่นอะไร  แล้วให้เด้กจับคู่  เพื่อเป็นการทดสอบความเข้าใจของการดมกลิ่น
               - การชิมรส   โดยการนำรสเค็ม  รสเปรี้ยว  รสหวาน  รสขม  ให้เด็กได้ชิมรส  แล้วดูจากหน้าตาที่แสดงออกเพื่อเป็นการให้เด็กนำประสบการณ์เดิมที่เด็กได้รับมาตอบคำถาม  และให้เด็กคิดว่าเด็กๆ เคยกินอะไรที่มีรสต่างๆ นั้นบ้าง

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

Notes Tuesday September 22 2558




บันทึกการเรียนครั้งที่ 7

The knowledge gained : ความรู้ที่ได้รับ

^ -^ นำเสนองานวิจัย ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

เลขที่ 20 นางสาว วราภรณ์  แทนคำ
เรื่อง การสร้างชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

สรุปได้ว่า (In conclusion,) วิจัยเรื่องนี้ เขามีการสร้างชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยเริ่มจากการวิเคราะห์หลักสูตร เลือกหน่วยการเรียนรู้
กิจกรรมที่ทำ คือ ใช้ชุดกิจกรรม 20 ชุด ชุดละ 1 ชม./ 1 คน ครุใช้คำถามในการกระตุ้นให้เด็กคิดและแก้ปัญหา หน่วยการเรียนรู้ที่ใช้ในวิจัยนี้คือเรื่อง ผลไม้ ต้นไม้ วิทย์น่ารู้ เป็นต้น

วิทยาศาสตร์ที่เด็กได้ในวิจัยครั้งนี้คือ
1.การจำแนก/แยกประเภท
2.การสังเกต
3.มิติสัมพันธ์

เลขที่ 19 นางสาว ยุภา  ธรรมโครต
เรื่อง  ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติที่มีต่อทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

สรุปได้ว่า (In conclusion,)  วิจัยเรื่องนี้เพื่อศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติของเด็กปฐมวัยที่มีต่อทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ก่อนและหลังทำกิจกรรม ผลการศึกษา พบว่า ก่อนจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติเด็กปฐมวัยมีทักษะทางวิทยาศาตร์ระดับกลาง หลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติเด็กปฐมวัยมีทักษะทางวิทยาศาตร์ระดับมากที่สุด สรุปผลวิจัยคือ เด็กปฐมวัยเกิดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ได้ดีจากการจัดกิจกรรม

^ -^ นำเสนอสื่อ/ของเล่นวิทยาศาสตร์






ภาพขั้นตอนการทำ " บ้านหรรษาพาเพลิน " 





ชื่อ " บ้านหรรษาพาเพลิน "

อุปกรณ์
1. ไม้ไอติม
2. กรรไกร
3. กาวร้อน/กาวลาเท็ก
4. เทปใส
5. แผ่นซีดี

ขั้นตอนการทำ
1. เตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน สะดวกในการหยิบจับ พร้อมทั้งวางดครงบ้าน
2. นำไม้ไอติมมาเรียงต่อ หรือ ไขว้กันไปมาและทากาวเพื่อให้ไม้ไอติมติดกันทำ 3 ด้าน เพื่อนำมาประกอบเป็นผนังของบ้าน และทำหลังคาบ้าน
3. จากนั้นนำไม้ไอติมที่เราเรียงและติดกาวไว้ มาประกอบเป็นบ้านโดยใช้กาวร้อนยึดตัวบ้านไว้ แล้วนำแผ่นซีดีมาติดบนหลังคาบ้านเพื่อใช้ในการเรียนรู้เรื่องของแสงจากแผ่นซีดี

วิธีเล่น/หลักการวิทยาศาสตร์

      เด็กๆสามารถนำบ้านหรรษาพาเพลินนี้ไปเล่นในมุมบทบาทสมมติหรือนำมาทดลองวิทยาศาสตร์ได้ โดยบ้านหลังนี้จะสอนทักษะวิทยาศาสตร์ เรื่อง " การเกิดแสงและการสะท้อนของแสง " ซึ่งแสงที่เกิดมาจากแสงกระทบกับวัตถุ (แผ่นซีดี) อาจจะเป็นแสงจากดวงอาทิตย์หรือแสงจากสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเรา เช่น แสงจากไฟฉาย แสงจากโทรศัพท์ เป็นต้น เมื่อแสงมากระทบกับวัตถุ (แผ่นซีดี) ก็จะทำให้แสงที่สะท้อนจากแผ่นซีดีบนหลังคาบ้านเกิดเป็นแสงสีรุ้งนั่นเอง

แสงสีรุ้ง เกิดจาก การหักเหของแสงสีขาว ผ่านร่องเล็กๆบนแผ่นซีดี และขณะที่เกิดการหักเหของแสงก็เกิดปรากฎการณ์ที่เรียกว่า " การแทรกสอด " บนแผ่นซีดี
                     

 Skills : ทักษะ

1. นำเสนอบทความ งานวิจัย และของเล่นเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
2. ระดมความคิด และวิเคราะห์สื่อของเล่นที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์

Adoption : การนำไปใช้

1. นำสื่อ/ของเล่นไปประยุกต์ใช้ในการสอนเด็กปฐมวัย
2. นำแนวการคิดของนักการศึกษาแต่ละท่านไปวิเคราะ - สังเคราะห์และบูรณาการการใช้สื่อ/ของเล่นในการสอนวิทยาศาสตร์ภายในห้องเรียนได้

Teaching Techniques : เทคนิคการสอน

1. การใช้คำถาม
2. ระดมความคิดกับเพื่อนในห้องเรียน
3. การสังเคราะห์-วิเคราะห์


Assessment : การประเมิน

ตัวเอง        แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าเรียนตรงต่อเวลา ร่วมทำกิจกรรมในห้องเรียน มีความรับผิดชอบ

เพื่อน         แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าเรียนสาย ร่วมกันสังเคราะห์ - วิเคราะห์ สื่อ/ของเล่นที่เกี่ยวกับ
                  วิทยาศาสตร์ที่เพื่อนๆนำมานำเสนอทุกคนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมภายในห้องเรียน

ครูผู้สอน    แต่งกายสุภาพเรียบร้อยเข้าสอนตรงเวลา สอนเข้าใจง่าย นักศึกษามีส่วนร่วมในการเรียน

                  คอยเพิ่มเติมเกร็ดความรู้ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ระหว่างนำเสนอ


ห้องเรียน   ห้องสะอาดเรียบร้อย อุปกรณ์พร้อมใช้งาน




วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558

Notes Tuesday September 15 2558


บันทึกการเรียนครั้งที่ 6

The knowledge gained : ความรู้ที่ได้รับ

^ - ^ การทำงานของสมอง  




        
^ -^ หลักการ / แนวคิดสู่การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก
นักการศึกษา
1.กีเซล          
 - พูดถึงพัฒนาการของเด็กมีการเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นตอน
2. ฟรอยด์ 
- เด็กพัฒนาตามลำดับขั้น 5 ขั้น 
คือ ขั้นปาก 
      ขั้นทวารหนัก 
      ขั้นอวัยวะเพศ 
      ขั้นแฝงหรือขั้นก่อนวัยรุ่น
      ขั้นสนใจเพศตรงข้าม
3. อิริคสัน  
- กล่าวถึง สภาพทางจิต – สังคม รวมไปถึงลักษณะการอบรม เลี้ยงดู สัมพันธภาพระหว่าง พ่อ – แม่ ตลอดจนอิทธิพลของวัฒนธรรมในสังคม
4. เพียเจต์
- กล่าวว่า พัฒนาการทางสติปัญญาของบุคคลเป็นไปตามวัยต่าง ๆ เป็นลำดับขั้น 
5. ดิวอี้
- เรียนรู้โดยการลงมือกระทำ
       
หลักการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย  จะต้องพัฒนาเด็กให้ครบทุกัฒนาการ เน้นให้เด็กช่วยเหลือตนเองและอยู่ร่วมผู้อื่นอย่างมีความสุข กิจกรรมที่จัดต้องมีความสมดลยึดเด็กเป็นสำคัญ และต้องประสานสัมพันธ์กับครอบครัวและชมชน


^ - ^ การเรียนรู้แบบองค์รวม



แนวคิดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์      

1. การเปลี่ยนแปลง
2. ความแตกต่าง
3. การปรับตัว
4. ความสมดุล
5. การพึ่งพาอาศัยกัน

การศึกษาวิธีการทางวิทยาศาสตร์

1. ขั้นกำหนดปัญหา
2. ขั้นตั้งสมมติฐาน
3. ขั้นรวบรวมข้อมูล
4. ขั้นลงข้อสรุป

เจตคติทางวิทยาศาสตร์

1.ความอยากรู้อยากเห็น
2. ความเพียรพยายาม
3. ความมีเหตุผล
4. ความซื่อสัตย์
5. ความมีระเบียบและรอบคอบ
6. ความใจกว้าง

ความสำคัญของวิทยาศาสตร์

1. ตอบสนองความต้องการของเด็ก
2. พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
3. เสริมสร้างประสบการณ์

ประโยชน์ของวิทยาศาสตร์

1.พัฒนาความคิดรวบยอดพื้นฐาน
2.พัฒนาทักษะการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์
3.สร้างความเชื่อมั่นในตนเอง


^ - ^ นำเสนอบทความ

เลขที่ 23 นางสาว สจิตรา  มาวงษ์    เรื่อง แนวทางการสอนคิดเติมวิทย์ให้กับเด็กอนบาล  
ของ ดร.เทพกัญญา พรหมขัติแก้ว

          สรุปได้ว่า  (In conclusion,)  เขาสอนวิทยาศาสตร์โดยองค์รวม ผ่านธรรมชาติรอบตัว ผ่านกิจกรรมให้เด็กได้เล่นได้สัมผัสกับธรรมชาติตามแนวทางการบูรณาการของครูผู้สอน โดยมีแนวทาง 5 ขั้นตอน ดังนี้
1. การตังคำาม
2. การหาคำตอบด้วยตนเอง
3. ครูถามและเสริมในด้านของเหตุและผล
4. นำเสนอผลงาน
5. เชื่อมโยงเข้ากับวิทยาศาสตร์

เลขที่ 22 นางสาว ประภัสสร  สีหบุตร   เรื่อง เรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านนิทานของเด็กปฐมวัย  
โดย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

        สรุปได้ว่า  (In conclusion,) สสวท. ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ผ่านนิทาน” ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ภาษา เสีง  ความคิดสร้างสรรค์ และมีการบูรณาการวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์โดยใช้นิทานเป็นสื่อในการเรียนรู้ เด็กรู้จักเชื่อมโยงจินตนาการจากนิทานสู่การสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์


เกร็ดความรู้เพิ่มเติม

- เด็กปฐมวัยเกิดการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ผ่านการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์
- เมื่อเอาการทำงานของสมองมาจัดลำดับอายุจทำให้เกิด " พัฒนาการ " แต่ละช่วงวัย


Skills : ทักษะ

1. นำเสนอบทความเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
2. ระดมความคิด ในการเสนอแนวคิดการประดิษฐ์สื่อเกี่ยววิทยาศาสตร์

Adoption : การนำไปใช้

1. นำแนวการสอนโดยองค์รวมของเพื่อนที่นำเสนอบทความไปใช้ในการจัดการเรียนสอนได้
2. นำแนวการคิดของนักการศึกษาแต่ละท่านไปวิเคราะ - สังเคราะห์และบูรณาการใช้ในการเขียนแผนการสอนและจัดกิจกรรม


Teaching Techniques : เทคนิคการสอน

1. การใช้คำถาม - มายแม๊ปปิ้ง
2. ระดมความคิดกับเพื่อนในห้องเรียน
3. การสังเคราะห์-วิเคราะห์
4. กรณีตัวอย่าง


Assessment : การประเมิน

ตัวเอง        แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าเรียนตรงต่อเวลา ร่วมทำกิจกรรมในห้องเรียน

เพื่อน         แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าเรียนสาย ร่วมกันสังเคราะห์ - วิเคราะห์ เนื้อหา ระดมความคิด

                   ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมภายในห้องเรียน

ครูผู้สอน    แต่งกายสุภาพเรียบร้อยเข้าสอนตรงเวลา สอนเข้าใจง่าย นักศึกษามีส่วนร่วมในการเรียน

                 ทดสอบองค์ความรู้เดิมของนักศึกษา


ห้องเรียน   ห้องสะอาดเรียบร้อย อุปกรณ์พร้อมใช้งาน






Notes Tuesday September 5 2558


บันทึกการเรียนครั้ง 5

The knowledge gained : ความรู้ที่ได้รับ

^ - ^ เรียนรู้ทฤษฎีที่สามารถนำมาใช้จัดกิจกรรมกับเด็กได้ เช่น





^ - ^ นำเสนอสื่อที่ใช้จัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์วิทยาศาสตร์ให้แก่เด็กปฐมวัย โดยแต่ละคนได้กระดาษเปล่าไปคนละ 1 แผ่น แล้วประดิษฐ์สื่อออกมา ตัวอย่าง เช่น









เกร็ดความรู้เพิ่มเติม




Skills : ทักษะ

1. กระดาษ 1 แผ่น ทำยังไงเด็กถึงจะได้ประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ ?
2. คิดวิเคราะห์

Adoption : การนำไปใช้

1. นำตัวอย่างกิจกรรมการสอนวิทยาศาสตร์ไปใช้ในการสอนความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กได้
2. นำความรู้วิทยาศาสตร์ไปใช้บูรณาการกับวิชาอื่นๆได้


Teaching Techniques : เทคนิคการสอน

1. ให้นักศึกษาทำกิจกรรมที่ใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
2. ระดมความคิดกับเพื่อนในห้องเรียน
3. การสังเคราะห์-วิเคราะห์ความรู้ที่ได้จากหนังสือวิทยาศาสตร์
4. ยกตัวอย่าง


Assessment : การประเมิน

ตัวเอง        แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าเรียนตรงต่อเวลา ร่วมทำกิจกรรมในห้อง

เพื่อน         แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าเรียนสายนิดหน่อย ร่วมกันสังเคราะห์ - วิเคราะห์ เนื้อหา

                  ในเรื่องของแต่ละคู่ที่หากันมา ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมภายในห้องเรียน

ครูผู้สอน    แต่งกายสุภาพเรียบร้อยเข้าสอนตรงเวลา สอนเข้าใจง่าย นักศึกษามีส่วนร่วมในการเรียน

                 จัดกิจกรรมที่พัฒนาสติปัญญาทั้งเรื่องวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในเรื่องเดียวกัน


ห้องเรียน   ห้องสะอาดเรียบร้อย อุปกรณ์พร้อมใช้งาน






วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

Notes Tuesday September 1 2558


บันทึกการเรียนครั้งที่ 4

    ^ - ^ เข้าร่วมกิจกรรม  " ศึกษาศาสตร์วิชาการ " 

คณะศึกษาศาสตร์มีการจัดโครงการศึกษาศาสตร์วิชาการ ในวันที่ 1 กันยายน 2558 ณ ลานอเนกประสงค์ อาคาร 28 ชั้น 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ช่วงเช้าฟังบรรยาย ในหัวข้อเรื่อง "ทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21"บรรยายโดย อ.ดร.อภิภู สิทธิภูมิมงคล

The knowledge gained : ความรู้ที่ได้รับ


  • ครูในยุคศตวรรษที่ 21 ต้องมีลักษณะที่เรียกว่า " E-Teacher "
1. ครูในศตวรรษที่ 21 ต้องมีความสามารถในการถ่ายทอดหรือขยายความรู้ของตนเองสู่นักเรียนผ่านสื่อเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ครูในศตวรรษที่ 21 ต้องมีประสบการณ์การจัดการเรียนรู้แบบใหม่ เช่น เรียนผ่านสื่อเทคโนโลยี Internet , E-mail เป็นต้น

3. ครูในศตวรรษที่ 21 ต้องมีความสามารถในการเสาะหาและคัดเลือกเนื้อหาความรู้หรือเนื้อหาที่ทันสมัย เหมาะสมและมีประโยชน์ต่อผู้เรียน ผ่านทางสื่อเทคโนโลยี

4. ครูในศตวรรษที่ 21 มีทักษะการแสวงหาความรู้ของตนเองตลอดเวลา ผ่านสื่อเทคโนโลยี

5. ครูในศตวรรษที่ 21 เป็นนักประเมินที่ดี มีความบริสุทธิ์และยุติธรรม สามารถใช้เทคโนโลยีในการประเมินผล

6. ครูในศตวรรษที่ 21 เป็นผู้ที่ใช้สื่อเทคโนโลยี (user) อย่างคุ้มค่า และใช้ได้อย่างหลากหลาย

7. ครูในศตวรรษที่ 21 สามารถใช้สื่อเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทั้งในที่เป็นผู้ผลิตความรู้ ผู้กระจายความรู้ และผู้ใช้ความรู้

8. ครูในศตวรรษที่ 21 สามารถใช้เทคโนโลยีสร้างบทเรียน เนื้อหา และสื่อการเรียนรู้ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ

9. ครูในศตวรรษที่ 21 ต้องร่วมมือและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกัน ผ่านสื่อเทคโนโลยีจนพัฒนาเป็นเครือข่ายความร่วมมือ เช่น เกิดชุมชนครูบน web

       สรุป

การเรียนรู้ในศตวรรษที่  21 ต้องก้าวข้ามสาระวิชาไปสู่การเรียนรู้ " ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 " ซึ่งครูจะเป็นผู้สอนไม่ได้แต่ต้องให้นักเรียนเป็นผู้เรียนด้วยตนเอง  โดยครูจะออกแบบการเรียนรู้ ฝึกฝนให้ตนเองเป็นโค้ชและอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้แบบ PBL ( Problem-Based Learning ) ของนักเรียน ซึ่งงสิ่งที่เป็นตัวช่วยของครูในการจัดการเรียนรู้ คือ ชุมชนการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ (ชุมชนเกิดจากการรวมตัวกันของครูเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำหน้าที่ของครูแต่ละคนนั่นเอง 


Skills : ทักษะ

1.ได้ทักษะการสอนที่ใช้สื่อเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในยุคศตวรรษที่ 21


Adoption : การนำไปใช้

1. นำความรู้ที่ได้จากการฟังวิทยากรพูดถึงการสอนของครูในศตวรรษที่ 21 ไปบูรณาการใช้ในอนาคต
2. นำเทคนิคการค้นหาข้อมูลจากเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้


Teaching Techniques : เทคนิคการสอน

1. ให้นักศึกษาเข้าร่วมงาน ศึกษาศาสตร์วิชาการ พร้อมกับวสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการฟัง