วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

Notes Tuesday September 22 2558




บันทึกการเรียนครั้งที่ 7

The knowledge gained : ความรู้ที่ได้รับ

^ -^ นำเสนองานวิจัย ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

เลขที่ 20 นางสาว วราภรณ์  แทนคำ
เรื่อง การสร้างชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

สรุปได้ว่า (In conclusion,) วิจัยเรื่องนี้ เขามีการสร้างชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยเริ่มจากการวิเคราะห์หลักสูตร เลือกหน่วยการเรียนรู้
กิจกรรมที่ทำ คือ ใช้ชุดกิจกรรม 20 ชุด ชุดละ 1 ชม./ 1 คน ครุใช้คำถามในการกระตุ้นให้เด็กคิดและแก้ปัญหา หน่วยการเรียนรู้ที่ใช้ในวิจัยนี้คือเรื่อง ผลไม้ ต้นไม้ วิทย์น่ารู้ เป็นต้น

วิทยาศาสตร์ที่เด็กได้ในวิจัยครั้งนี้คือ
1.การจำแนก/แยกประเภท
2.การสังเกต
3.มิติสัมพันธ์

เลขที่ 19 นางสาว ยุภา  ธรรมโครต
เรื่อง  ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติที่มีต่อทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

สรุปได้ว่า (In conclusion,)  วิจัยเรื่องนี้เพื่อศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติของเด็กปฐมวัยที่มีต่อทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ก่อนและหลังทำกิจกรรม ผลการศึกษา พบว่า ก่อนจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติเด็กปฐมวัยมีทักษะทางวิทยาศาตร์ระดับกลาง หลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติเด็กปฐมวัยมีทักษะทางวิทยาศาตร์ระดับมากที่สุด สรุปผลวิจัยคือ เด็กปฐมวัยเกิดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ได้ดีจากการจัดกิจกรรม

^ -^ นำเสนอสื่อ/ของเล่นวิทยาศาสตร์






ภาพขั้นตอนการทำ " บ้านหรรษาพาเพลิน " 





ชื่อ " บ้านหรรษาพาเพลิน "

อุปกรณ์
1. ไม้ไอติม
2. กรรไกร
3. กาวร้อน/กาวลาเท็ก
4. เทปใส
5. แผ่นซีดี

ขั้นตอนการทำ
1. เตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน สะดวกในการหยิบจับ พร้อมทั้งวางดครงบ้าน
2. นำไม้ไอติมมาเรียงต่อ หรือ ไขว้กันไปมาและทากาวเพื่อให้ไม้ไอติมติดกันทำ 3 ด้าน เพื่อนำมาประกอบเป็นผนังของบ้าน และทำหลังคาบ้าน
3. จากนั้นนำไม้ไอติมที่เราเรียงและติดกาวไว้ มาประกอบเป็นบ้านโดยใช้กาวร้อนยึดตัวบ้านไว้ แล้วนำแผ่นซีดีมาติดบนหลังคาบ้านเพื่อใช้ในการเรียนรู้เรื่องของแสงจากแผ่นซีดี

วิธีเล่น/หลักการวิทยาศาสตร์

      เด็กๆสามารถนำบ้านหรรษาพาเพลินนี้ไปเล่นในมุมบทบาทสมมติหรือนำมาทดลองวิทยาศาสตร์ได้ โดยบ้านหลังนี้จะสอนทักษะวิทยาศาสตร์ เรื่อง " การเกิดแสงและการสะท้อนของแสง " ซึ่งแสงที่เกิดมาจากแสงกระทบกับวัตถุ (แผ่นซีดี) อาจจะเป็นแสงจากดวงอาทิตย์หรือแสงจากสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเรา เช่น แสงจากไฟฉาย แสงจากโทรศัพท์ เป็นต้น เมื่อแสงมากระทบกับวัตถุ (แผ่นซีดี) ก็จะทำให้แสงที่สะท้อนจากแผ่นซีดีบนหลังคาบ้านเกิดเป็นแสงสีรุ้งนั่นเอง

แสงสีรุ้ง เกิดจาก การหักเหของแสงสีขาว ผ่านร่องเล็กๆบนแผ่นซีดี และขณะที่เกิดการหักเหของแสงก็เกิดปรากฎการณ์ที่เรียกว่า " การแทรกสอด " บนแผ่นซีดี
                     

 Skills : ทักษะ

1. นำเสนอบทความ งานวิจัย และของเล่นเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
2. ระดมความคิด และวิเคราะห์สื่อของเล่นที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์

Adoption : การนำไปใช้

1. นำสื่อ/ของเล่นไปประยุกต์ใช้ในการสอนเด็กปฐมวัย
2. นำแนวการคิดของนักการศึกษาแต่ละท่านไปวิเคราะ - สังเคราะห์และบูรณาการการใช้สื่อ/ของเล่นในการสอนวิทยาศาสตร์ภายในห้องเรียนได้

Teaching Techniques : เทคนิคการสอน

1. การใช้คำถาม
2. ระดมความคิดกับเพื่อนในห้องเรียน
3. การสังเคราะห์-วิเคราะห์


Assessment : การประเมิน

ตัวเอง        แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าเรียนตรงต่อเวลา ร่วมทำกิจกรรมในห้องเรียน มีความรับผิดชอบ

เพื่อน         แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าเรียนสาย ร่วมกันสังเคราะห์ - วิเคราะห์ สื่อ/ของเล่นที่เกี่ยวกับ
                  วิทยาศาสตร์ที่เพื่อนๆนำมานำเสนอทุกคนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมภายในห้องเรียน

ครูผู้สอน    แต่งกายสุภาพเรียบร้อยเข้าสอนตรงเวลา สอนเข้าใจง่าย นักศึกษามีส่วนร่วมในการเรียน

                  คอยเพิ่มเติมเกร็ดความรู้ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ระหว่างนำเสนอ


ห้องเรียน   ห้องสะอาดเรียบร้อย อุปกรณ์พร้อมใช้งาน




วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558

Notes Tuesday September 15 2558


บันทึกการเรียนครั้งที่ 6

The knowledge gained : ความรู้ที่ได้รับ

^ - ^ การทำงานของสมอง  




        
^ -^ หลักการ / แนวคิดสู่การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก
นักการศึกษา
1.กีเซล          
 - พูดถึงพัฒนาการของเด็กมีการเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นตอน
2. ฟรอยด์ 
- เด็กพัฒนาตามลำดับขั้น 5 ขั้น 
คือ ขั้นปาก 
      ขั้นทวารหนัก 
      ขั้นอวัยวะเพศ 
      ขั้นแฝงหรือขั้นก่อนวัยรุ่น
      ขั้นสนใจเพศตรงข้าม
3. อิริคสัน  
- กล่าวถึง สภาพทางจิต – สังคม รวมไปถึงลักษณะการอบรม เลี้ยงดู สัมพันธภาพระหว่าง พ่อ – แม่ ตลอดจนอิทธิพลของวัฒนธรรมในสังคม
4. เพียเจต์
- กล่าวว่า พัฒนาการทางสติปัญญาของบุคคลเป็นไปตามวัยต่าง ๆ เป็นลำดับขั้น 
5. ดิวอี้
- เรียนรู้โดยการลงมือกระทำ
       
หลักการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย  จะต้องพัฒนาเด็กให้ครบทุกัฒนาการ เน้นให้เด็กช่วยเหลือตนเองและอยู่ร่วมผู้อื่นอย่างมีความสุข กิจกรรมที่จัดต้องมีความสมดลยึดเด็กเป็นสำคัญ และต้องประสานสัมพันธ์กับครอบครัวและชมชน


^ - ^ การเรียนรู้แบบองค์รวม



แนวคิดพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์      

1. การเปลี่ยนแปลง
2. ความแตกต่าง
3. การปรับตัว
4. ความสมดุล
5. การพึ่งพาอาศัยกัน

การศึกษาวิธีการทางวิทยาศาสตร์

1. ขั้นกำหนดปัญหา
2. ขั้นตั้งสมมติฐาน
3. ขั้นรวบรวมข้อมูล
4. ขั้นลงข้อสรุป

เจตคติทางวิทยาศาสตร์

1.ความอยากรู้อยากเห็น
2. ความเพียรพยายาม
3. ความมีเหตุผล
4. ความซื่อสัตย์
5. ความมีระเบียบและรอบคอบ
6. ความใจกว้าง

ความสำคัญของวิทยาศาสตร์

1. ตอบสนองความต้องการของเด็ก
2. พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
3. เสริมสร้างประสบการณ์

ประโยชน์ของวิทยาศาสตร์

1.พัฒนาความคิดรวบยอดพื้นฐาน
2.พัฒนาทักษะการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์
3.สร้างความเชื่อมั่นในตนเอง


^ - ^ นำเสนอบทความ

เลขที่ 23 นางสาว สจิตรา  มาวงษ์    เรื่อง แนวทางการสอนคิดเติมวิทย์ให้กับเด็กอนบาล  
ของ ดร.เทพกัญญา พรหมขัติแก้ว

          สรุปได้ว่า  (In conclusion,)  เขาสอนวิทยาศาสตร์โดยองค์รวม ผ่านธรรมชาติรอบตัว ผ่านกิจกรรมให้เด็กได้เล่นได้สัมผัสกับธรรมชาติตามแนวทางการบูรณาการของครูผู้สอน โดยมีแนวทาง 5 ขั้นตอน ดังนี้
1. การตังคำาม
2. การหาคำตอบด้วยตนเอง
3. ครูถามและเสริมในด้านของเหตุและผล
4. นำเสนอผลงาน
5. เชื่อมโยงเข้ากับวิทยาศาสตร์

เลขที่ 22 นางสาว ประภัสสร  สีหบุตร   เรื่อง เรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านนิทานของเด็กปฐมวัย  
โดย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

        สรุปได้ว่า  (In conclusion,) สสวท. ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ผ่านนิทาน” ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ภาษา เสีง  ความคิดสร้างสรรค์ และมีการบูรณาการวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์โดยใช้นิทานเป็นสื่อในการเรียนรู้ เด็กรู้จักเชื่อมโยงจินตนาการจากนิทานสู่การสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์


เกร็ดความรู้เพิ่มเติม

- เด็กปฐมวัยเกิดการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ผ่านการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์
- เมื่อเอาการทำงานของสมองมาจัดลำดับอายุจทำให้เกิด " พัฒนาการ " แต่ละช่วงวัย


Skills : ทักษะ

1. นำเสนอบทความเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
2. ระดมความคิด ในการเสนอแนวคิดการประดิษฐ์สื่อเกี่ยววิทยาศาสตร์

Adoption : การนำไปใช้

1. นำแนวการสอนโดยองค์รวมของเพื่อนที่นำเสนอบทความไปใช้ในการจัดการเรียนสอนได้
2. นำแนวการคิดของนักการศึกษาแต่ละท่านไปวิเคราะ - สังเคราะห์และบูรณาการใช้ในการเขียนแผนการสอนและจัดกิจกรรม


Teaching Techniques : เทคนิคการสอน

1. การใช้คำถาม - มายแม๊ปปิ้ง
2. ระดมความคิดกับเพื่อนในห้องเรียน
3. การสังเคราะห์-วิเคราะห์
4. กรณีตัวอย่าง


Assessment : การประเมิน

ตัวเอง        แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าเรียนตรงต่อเวลา ร่วมทำกิจกรรมในห้องเรียน

เพื่อน         แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าเรียนสาย ร่วมกันสังเคราะห์ - วิเคราะห์ เนื้อหา ระดมความคิด

                   ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมภายในห้องเรียน

ครูผู้สอน    แต่งกายสุภาพเรียบร้อยเข้าสอนตรงเวลา สอนเข้าใจง่าย นักศึกษามีส่วนร่วมในการเรียน

                 ทดสอบองค์ความรู้เดิมของนักศึกษา


ห้องเรียน   ห้องสะอาดเรียบร้อย อุปกรณ์พร้อมใช้งาน






Notes Tuesday September 5 2558


บันทึกการเรียนครั้ง 5

The knowledge gained : ความรู้ที่ได้รับ

^ - ^ เรียนรู้ทฤษฎีที่สามารถนำมาใช้จัดกิจกรรมกับเด็กได้ เช่น





^ - ^ นำเสนอสื่อที่ใช้จัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์วิทยาศาสตร์ให้แก่เด็กปฐมวัย โดยแต่ละคนได้กระดาษเปล่าไปคนละ 1 แผ่น แล้วประดิษฐ์สื่อออกมา ตัวอย่าง เช่น









เกร็ดความรู้เพิ่มเติม




Skills : ทักษะ

1. กระดาษ 1 แผ่น ทำยังไงเด็กถึงจะได้ประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ ?
2. คิดวิเคราะห์

Adoption : การนำไปใช้

1. นำตัวอย่างกิจกรรมการสอนวิทยาศาสตร์ไปใช้ในการสอนความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กได้
2. นำความรู้วิทยาศาสตร์ไปใช้บูรณาการกับวิชาอื่นๆได้


Teaching Techniques : เทคนิคการสอน

1. ให้นักศึกษาทำกิจกรรมที่ใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
2. ระดมความคิดกับเพื่อนในห้องเรียน
3. การสังเคราะห์-วิเคราะห์ความรู้ที่ได้จากหนังสือวิทยาศาสตร์
4. ยกตัวอย่าง


Assessment : การประเมิน

ตัวเอง        แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าเรียนตรงต่อเวลา ร่วมทำกิจกรรมในห้อง

เพื่อน         แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าเรียนสายนิดหน่อย ร่วมกันสังเคราะห์ - วิเคราะห์ เนื้อหา

                  ในเรื่องของแต่ละคู่ที่หากันมา ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมภายในห้องเรียน

ครูผู้สอน    แต่งกายสุภาพเรียบร้อยเข้าสอนตรงเวลา สอนเข้าใจง่าย นักศึกษามีส่วนร่วมในการเรียน

                 จัดกิจกรรมที่พัฒนาสติปัญญาทั้งเรื่องวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในเรื่องเดียวกัน


ห้องเรียน   ห้องสะอาดเรียบร้อย อุปกรณ์พร้อมใช้งาน






วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

Notes Tuesday September 1 2558


บันทึกการเรียนครั้งที่ 4

    ^ - ^ เข้าร่วมกิจกรรม  " ศึกษาศาสตร์วิชาการ " 

คณะศึกษาศาสตร์มีการจัดโครงการศึกษาศาสตร์วิชาการ ในวันที่ 1 กันยายน 2558 ณ ลานอเนกประสงค์ อาคาร 28 ชั้น 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ช่วงเช้าฟังบรรยาย ในหัวข้อเรื่อง "ทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21"บรรยายโดย อ.ดร.อภิภู สิทธิภูมิมงคล

The knowledge gained : ความรู้ที่ได้รับ


  • ครูในยุคศตวรรษที่ 21 ต้องมีลักษณะที่เรียกว่า " E-Teacher "
1. ครูในศตวรรษที่ 21 ต้องมีความสามารถในการถ่ายทอดหรือขยายความรู้ของตนเองสู่นักเรียนผ่านสื่อเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ครูในศตวรรษที่ 21 ต้องมีประสบการณ์การจัดการเรียนรู้แบบใหม่ เช่น เรียนผ่านสื่อเทคโนโลยี Internet , E-mail เป็นต้น

3. ครูในศตวรรษที่ 21 ต้องมีความสามารถในการเสาะหาและคัดเลือกเนื้อหาความรู้หรือเนื้อหาที่ทันสมัย เหมาะสมและมีประโยชน์ต่อผู้เรียน ผ่านทางสื่อเทคโนโลยี

4. ครูในศตวรรษที่ 21 มีทักษะการแสวงหาความรู้ของตนเองตลอดเวลา ผ่านสื่อเทคโนโลยี

5. ครูในศตวรรษที่ 21 เป็นนักประเมินที่ดี มีความบริสุทธิ์และยุติธรรม สามารถใช้เทคโนโลยีในการประเมินผล

6. ครูในศตวรรษที่ 21 เป็นผู้ที่ใช้สื่อเทคโนโลยี (user) อย่างคุ้มค่า และใช้ได้อย่างหลากหลาย

7. ครูในศตวรรษที่ 21 สามารถใช้สื่อเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทั้งในที่เป็นผู้ผลิตความรู้ ผู้กระจายความรู้ และผู้ใช้ความรู้

8. ครูในศตวรรษที่ 21 สามารถใช้เทคโนโลยีสร้างบทเรียน เนื้อหา และสื่อการเรียนรู้ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ

9. ครูในศตวรรษที่ 21 ต้องร่วมมือและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกัน ผ่านสื่อเทคโนโลยีจนพัฒนาเป็นเครือข่ายความร่วมมือ เช่น เกิดชุมชนครูบน web

       สรุป

การเรียนรู้ในศตวรรษที่  21 ต้องก้าวข้ามสาระวิชาไปสู่การเรียนรู้ " ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 " ซึ่งครูจะเป็นผู้สอนไม่ได้แต่ต้องให้นักเรียนเป็นผู้เรียนด้วยตนเอง  โดยครูจะออกแบบการเรียนรู้ ฝึกฝนให้ตนเองเป็นโค้ชและอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้แบบ PBL ( Problem-Based Learning ) ของนักเรียน ซึ่งงสิ่งที่เป็นตัวช่วยของครูในการจัดการเรียนรู้ คือ ชุมชนการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ (ชุมชนเกิดจากการรวมตัวกันของครูเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำหน้าที่ของครูแต่ละคนนั่นเอง 


Skills : ทักษะ

1.ได้ทักษะการสอนที่ใช้สื่อเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในยุคศตวรรษที่ 21


Adoption : การนำไปใช้

1. นำความรู้ที่ได้จากการฟังวิทยากรพูดถึงการสอนของครูในศตวรรษที่ 21 ไปบูรณาการใช้ในอนาคต
2. นำเทคนิคการค้นหาข้อมูลจากเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้


Teaching Techniques : เทคนิคการสอน

1. ให้นักศึกษาเข้าร่วมงาน ศึกษาศาสตร์วิชาการ พร้อมกับวสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการฟัง





วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สรุปเรื่อง พืช (คู่กับ นางสาว รัชดา เทพเรียน )






พืช


                  สำหรับบทนี้เราจะสำรวจความคิดรวบยอด ดังต่อไปนี้

- พืชมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีรูปทรงเฉพาะตัว

- พืชส่วนใหญ่สร้างเมล็ดเพื่อเติบโตเป็นพืชต้นใหม่

- เมล็ดเติบโตเป็นพืชที่มีราก ลำต้น ใบเเละดอก

- พืชส่วนใหญ่ต้องการน้ำ แสงสว่าง แร่ธาตุ ความอบอุ่น เเละอากาศ

- พืชบางชนิดเติบโตจากราก

- สิ่งมีชีวิตบางชนิดที่คล้ายพืชไม่มีเมล็ดหรือราก

- อาหารหลายชนิดที่เรากินคือเมล็ดพืช



ความคิดรวบยอด พืชมีหลายชนิดเเต่ละชนิดมีรูปทรงเฉพาะตัว


1.ส่วนต่างๆของพืชที่ต่างชนิดกันมีรูปร่างอย่างไร

       เป็นการให้นักเรียนได้รู้จักสังเกตเเละบอกลักษณความเหมือนเเละความแตกต่างของใบ เปลือกของ
ลำต้น เเละดอกไม้ที่ได้จาพืชต่างชนิดกันกิจกรรมนี้จะเเบ่งเป็นกลุ่มๆโดยให้เด็กหยิบสิ่งต่างๆที่เกี่ยวกับธรรมชาติ เช่น ใบไม้ กิ่งไม้ ดอกไม้ เป็นต้นจากนั้นก็นำมาเเยกๆเเละเเบ่งใส่ถุงตามจำนวนกลุ่ม โดยครูจะมีไว้กับตัว1ถุง เมื่อครูหยิบสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมา ให้ถามนักเรียนว่าในถุงของนักเรียนมีเบบเดียวกับครูรึเปล่าลักษณะเหมือนกันมั้ย เป็นต้น


2.พืชบางชนิดพักผ่อนในฤดูหนาวอย่างไร




       เป็นการเรียนเเบบให้นักเรียนได้รู้จักสังเกตเเละบอกความเปลี่ยนแปลงของต้นไมเเละพุ่มไม้ตามฤดูกาลกิจกรรมครูจะต้องนำใบไม้มาสตาร์ฟไว้ก่อนหน้านี้เเละเเปะไว้ในกระดาน และติดชื่อของใบไม้ไว้ข้างล่างพานักเรียนออกนอกห้องเพื่อชมธรรมชาติ เเละให้นักเรียนสังเกตใบไม้ที่มีทั้งสีเขียวเเละสีน้ำตาล จากนั้นให้นักเรียนเก็บมาคนละ 1 ใบ แล้วนำกลับเข้ามาในห้องเรียนด้วย จากนั้นให้นักเรียนแยกตามชนิดเเละลักษณะของใบไม้ เลอธิบายสีที่เปลี่ยนให้นักเรียนฟัง



ความคิดรวบยอด พืชส่วนใหญ๋เมล็ดเพื่อเป็นพืชต้นใหม่

1.เรารู้อะไรเกี่ยวกับมล็ดพืชบ้าง

        เป็นการเรียนรู้เพื่อให้ทราบว่าพืชส่วนใหญ่สร้างเมล็ดที่จะเมล็ดที่จะโตเป็นพืชต้นใหม่ซึ่งเป็นพันธ์เดียวกับต้นเก่ากิจกรรมให้นักเรียนดูฝักดูฝักที่มีเมล็ด แกะฝักออกดู ให้นักเรียนใช้เวลาอย่างเต็มที่ช่วยกันคิดดูว่าผลไม้เเต่ละชนิดมีเมล็ดอยู่ข้างในหรือไม่ เก็บเมล็ดแตงเเละฟักไว้ จากนั้นค่อยให้นักเรียนล้างเเละเอาออกผึ่งแดดในถาดจนแห้ง เอาเก็บไว้สำหรับถาดอาหารนก ถ้ามีข้าวโพดที่ยังสด ดึงเปลือกออกไปมัดไว้ด้านบนเเล้วแขวนทั้งฝักให้แห้ง เมื่อแห้งเเล้วให้นักเรียนแกะเมล็ดออกเก็บไว้ให้นกเเละเอาไว้ทำกิจกรรมการงอกของพืช

2.เมล็ดกระจายไปได้อย่างไร

        การเรียนรู้ในเรื่องนี้เพื่อดูว่าเมล็ดของพืชชนิดต่างๆกิดขึ้นเเละกระจายไปได้อย่างไรกิจกรรม นำเมล็ดจากพืชสวนหลายๆชนิดเท่าที่หาได้ในท้องถิ่นนำมาจัดวางใส่ถาด ให้นักเรียนเขย่าเมล็ดให้หลุดออกจากฝัก ใช้เเว่นขยายส่องดูเมล็ดพืชที่มีเปลือกเป็นตุ่มหนามเเละที่มีขน เพื่อให้เห็นตะขอล็กๆตรงปลายหนาม เอาเมล็ดพชที่มีปีก กับเมล็ดเปลือกเข็งให้นักเรียนลองโยนจากที่สูงเเละเปรียบเทียบกันว่ากิดอะไรขึ้นกับเมล็ดทั้ง 2 ชนิด



ความคิดรวบยอด เมล็ดเติบโตเป็นพืชที่มีราก ลำต้น ใบเเละดอก

1.ข้างในเมล็ดมีอะไรเพื่อสังเกตเเละดูส่วนต่างๆของเมล็ดกิจกรรม 
        ให้นักเรียนช่วยกันแกะเมล็ดออกดูต้นอ่อน และส่องดูด้วยเเว่นขยายให้เห็นชัดๆสังกตดูเมล็ดเเต่ละซีกนั้น ถ้าเป็นมล็ดจากผลแก่จดอาจเผยออกเอง เเละมีปลายรากโผล่ออกมาให้เห็นในกรณีนีก็ไม่ต้องลอกเปลือกออก

2.เมล็ดเริ่มงอกได้อย่างไร




       เพื่อสังเกตการเริ่มงอกของเมล็ดกิจกรรม สร้างโดมที่จะให้เมล็ดงอก ใช้สำลีหรือทรายกรุงตรงก้น
เเก้วนำเมล็ดถั่วใส่ลงไป จากนั้นนำแก้วอีกใบมามาครอบทับ ใช้เทปใส่เเปะรอบขอบแก้ว วางไว้อย่าให้
โดนแดด นำเมล็ดถั่วอย่างละเมล็ดใส่ไว้ในหลอดใ่ยาฉีดไว้เปรียบเทียบภายหลัง จากนั้นเริ่มจดบันทึก
การเปลี่ยนแปลงต้งเต่วนแรกที่ปลูก


3.รากเเละลำต้นเจริญเติบโตได้อย่างไร

         การเรียนรู้นี้เพื่อให้สังเกตว่ารากมีเเนวโน้มจงอกลงข้างล่างไปหาน้ำ ส่วนลำต้นมีเเนวโน้มจะงอกขึ้นข้างบนไปหาเเสงสว่างกิจกรรม สังเกตการงอกของรากเเละลำต้นว่าไปทิศทางใด เเละเป็นเช่นเดียวกันนี้ทุกเมล็ดหรือไม่ค่อยๆพลิกเมล็ดที่กำลังงอกคว่ำลง ทำให้ลำตนชี้ลง ส่วนรากชี้ขึ้น ทำเครื่องหมาย Xไว้ข้างต้นก้นแก้ว ตรววจความเปลี่ยนแปลงจากการเจริญเติบโต




ความคิดครวบยอด พืชส่วนใหญ่ต้องการน้ำ แสงสว่าง แร่ธาตุ ความอบอุ่น เเละอากาศ

1.พืชต้องการอะไรในการงอก

         เพื่อให้ทราบเละจัดหาสิ่งที่ช่วยการงอกของเมล็ดเละการเจริญเติบโตของพืชกิจกรรม เอาดินใส่ในเปลือกไข่หรือกระถางจนเกือบเต็ม ฝังปลือกไข่ลงไป ฉีดน้ำให้ดินชุ่ม วางเมล็ดพืชหนึ่งเมล็ดลงบนดิน ปิดถาดด้วยฝาพลาสติกเเละพันรอบด้วยเทปกาวพอเห็นรากงอกให้เอาฝาออกเริ่มมจดบันทึกขั้นตอนของการงอกเป็นประจำทุกวัน


2.พืชนำน้ำไปใช้ได้อย่างไร

        ให้สังเกตว่าพืชดูดความชื้นผ่านลำต้นได้อย่างไรกิจกรรม ให้นักเรียนคอยสังเกตดูว่าน้ำซึมเข้าอย่างไร ประมาณ 1 ชั่วโมงตรวจดูรอยจางๆ ของสีปลายใบ เป็นกิจกรรมที่ให้นักเรียนดูการเปลี่ยนแปลงของการดูดซึมน้ำของใบไม้ลำต้นเเละส่วนต่างๆ




ความคิดรวบยอด  พืชบางชนิดงอกจากราก


1. เราจะทราบอะไรจากการปลูกมันฝรั่งบ้าง





สังกตการขยายพันธ์ุพืชจากราก

        กิจกรรมหาคำตอบ ถามนักเรียนว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่พืชจะงอกจากส่วนอื่นนอกจากเมล็ดฟังความคิดเห็นจากนักเรียนและช่วยจัดให้มีการทดลองสภาพการงอกในแบบต่างๆให้นักเรียนเขียนบันทึกการงอกของพืชทุกวัน หรือวาดภาพตามที่สังเกตเห็น


ความคิดรวบยอด สิ่งมีชีวิตบางชนิดที่คล้ายพืชไม่มีเมล็ดหรือราก

         ให้สังเกตการเจริญเติบโตเเละพัฒนาการของสิ่งมีชีวิตที่คล้ายพืช

กิจกรรม นำขนมปัง 1 แผ่น ลงไปในขวดปากกว้าง 2ใบ ใบละครึ่งแผ่น พรหมน้ำไว้ ปิดฝาหนึ่งขวดอีกขวด

หนึ่งเปิดไว้ ทิ้งไว้เเล้วก็นำมาเปรียบเทียบกัน เพื่อดูว่าราจะขึ้นได้อย่างไรเเล้วขึ้นในที่ไหนมากกว่ากัน


ความคิดรวบยอด อาหารหลายชนิดที่เรากินคือเมล็ดพืช

          เมล็ดพืชชนิดใดรับประทานได้ เพื่อให้นักเรียนประสบด้วยตนเองว่ามีเมล็ดพืชหลายชนิดที่เราใช้เป็นอาหาร

กิจกรรม ให้นักเรียนเห็นว่าเมล็ดธัญพืชกลายเป็นแป้งได้อย่างไร

การบด โดยใช้เครื่องบดไฟฟ้า บดข้าวสาลี

การอบ อบเมล็ดทานตะวันเเละเมล็ดฟักทอง

การหุง หงข้าวตามวิธี


การคั่วข้าวโพด ทำให้ข้าวโพดแตกออกมื่อโดนความร้อน




กิจกรรมบูรณาการ

กิจกรรมคณิตศาสตร์

        การบันทึกข้อมูล  ขณะออกไปเดินเก็บวัสดุในธรรมชาติ ให้นำถุงขนาดใหญ่ไปใส่สิ่งที่พบ จากนั้นนำมาคัดแยกชนิด จัดแบ่งเป็นกลุ่มและหัดนับจำนวน บันทึกผลไว้บนกระดาน ป้าย หรือบนแผนภูมิประสบการณ์ ถ้าเป็นเด็กเล็กให้บันทึกเป็นตัวเลขและใช้วัสดุแสดงเป็นตัวอย่าง ถ้าเป็นเด็กที่เริ่มหัดอ่านแล้วให้บันทึกเป็นตัวเลขและเขียนเป็นคำ
เช่น เราพบใบไม้ 12 ใบ ผลโอ๊ค 10 ผล เปลือกไม้ 8 ชิ้น มอส 1 ชิ้น เป็นต้น

         ดนตรี
ร้องเพลงเด็กๆ ที่เกี่ยวกับพืชเหล่านี้ เช่น
1. ร้องเพลง " The Tree in the Woods "
2. ร้องเพลงจากหนังสือ The 2 Raffi Songbook : " In My Garden " ( อาจจะให้นักเรียนทำท่าทางตามเนื้อเพลง ) เป็นต้น

         เพลงไทย
1. เพลง "ส้มตำ"
2. เพลง "มาร์ชผัก"

         หนังสือ

เช่น
        BUNTING, EVE. (1994). Flower Garden. San Diego, CA : Harcourt Brace. ภาพวาดที่มีสีสันสวยงามทำให้นิทานของเด็กเรื่องการปลูกดอกไม้กระถางให้แม่

        JORDAN, HELENE. (1992). How a seed grows. New York : Harper Collins. บรรยายวิธีการปลูกถั่วที่ทำตามได้ง่ายมาก เหมาะสำหรับนักเรียนก่อนวัยเรียน

        บทกลอน
เช่น
        บทกลอนของ X. J. Kennedy ชื่อ "Art Class" ในหนังสือ I Thought I'd Take My Rat to School โดย Dorothy Kennedy (Ed). เล่าถึงการคาดเดาของเด็กคนหนึ่งในการวาดภาพต้นไม้



กิจกรรมศิลปะ

       การทำภาพจากเศษวัสดุ เช่น หญ้าแห้ง ใบไม้ ดอกไม้อัดแห้ง เมล็ดพืชแบนๆและกิ่งไม้แห้ง ล้วนแต่เป็นวัสดุที่นำมาติดเป็นภาพได้สวยงาม

       การฝนภาพ  เช่น การนำใบไม้ 1 ใบ ติดด้วยเทปกาวบนโต๊ะตรงหน้า นักเรียนทุกคนเอากระดาษ 1 แผ่นที่ไม่บางนักวางข้างบนใบไม้ ให้นักเรียนใช้ดินสอเทียนฝนบนกระดาษให้เกิดเป็นภาพลายเส้นของใบไม้ส่วนที่นูนขึ้นมา เป็นต้น


กิจกรรมการเคลื่อนไหวอย่างสร้างสรรค์

กรณีตัวอย่าง  เช่น ครูหมอบคุดคู้อยู่บนพื้นกับนักเรียน สมสติว่า เป็นเมล็ดืชที่ปลูกในฤดูใบไม้ผลิ จากนั้นครูและนักเรียนเคลื่อนไหวพร้อมกันตามนิทานที่ครูเป็นผู้เล่าจนจบ เป็นต้น


กิจกรรมสำรวจเงียบๆนอกห้องเรียน

เช่น ครูพานักเรียนออกไปสำรวจบริเวณที่มีวัชพืชขึ้นเป็นหย่อมๆ ใกล้โรงเรียน จากนั้นให้รายงานว่าเห็นอะไรบ้างในพื้นที่สำรวจนั้นและทำแผนภูมิสรุปการสังเกต






สร้างเสริมการเชื่อมโยงความคิดรวบยอด

การคงความคิดรวบยอดไว้

      การมีต้นไม้ใส่กระถางไว้เป็นแถวบนขอบหน้าต่างห้องเรียน เป็นเครื่องประกันว่านักเรียนจะต้องดูแลเอาใจใส่พืชให้งอกงามตลอดทั้งปี กิจกรรมการดูแลพืชจะอยู่บนแผนภูมิงานประจำวันของนักเรียนในตำแหน่งที่เด่นเห็นได้ชัด

การเชื่อมโยงความคิดรวบยอด

     ความสัมพันธ์กับการทำดิน  การทำดินให้อุดมสมบูรณ์เป็นการแสดงให้เห็นถึงวงจรธรรมชาติในการปรับสภาพวัสดุที่มีจำนวนจำกัดของระบบนิเวศได้อย่างชัดเจน

     พืชช่วยย่อยให้หินมีขนาดเล็กลง ตะไคร่น้ำ คือ พืชจำพวกเห็ด รา และ สาหร่าย ที่ขึ้นรวมกันอยู่เป็นกระจุก พวกนี้จะสร้างกรดที่ค่อยๆย่อยสลายผิวหน้าของก้อนหินได้

      อากาศ  ลม ช่วยพัดให้เมล็ดดอกหญ้าที่มีขนจำพวกแนดีไลออน และมิลค์วีค ปลิวไปได้ไกลโดยมีขนทำหน้าที่เหมือนร่มชูชีพ ลมช่วยพาเมล็ดที่มีปีกจากต้นมเปิลและต้รแอชหมุนคว้างลงมาจากต้นแม่ เพื่อไปงอกเป็นต้นใหม่ในที่ไกลออกไป

      วัฏจักรของน้ำ / อากาศ  เวลารน้ำต้นไม้ให้ใช้คำว่า การระเหย  น้ำบางส่วนจะถูกรากของพืชดูดซึมขึ้นไป ส่วนที่เหลือจะระหยไป

การสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชน

        ครูอาจให้นักเรียนไปเล่าความคืบหน้าของกิจกรรมการเพาะเมล็ดของนักเรียนให้ผูปกครองฟัง         ผู้ปกครองอาจช่วยเก็บสะสมเปลือกไข่ไว้ให้ถ้ามีการใช้เปลือกไข่ในโครงงานการเพาะเมล็ด คอยหาที่ปลูกที่เหมาะสม และคอยช่วยเหลือดูแลให้นักเรียนเอาใจใส่ดูแลพืชที่ได้รับมอบหมายให้ดูแล



Notes Tuesday August 25 2558




บันทึกการเรียนครั้งที่ 3 


The knowledge gained : ความรู้ที่ได้รับ

* * *  1. ปรับปรุงการทำบล็อค เกี่ยวกับ องค์ประกอบในบล็อคต่างๆให้ถูกต้องและเหมาะสม และควรไปปรับแก้หรือเพิ่มเติมในบางส่วนภายในบล็อค

          2. ให้นักศึกษาไปศึกษาค้นคว้าความรู้นอกห้องเรียนที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัย เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ จากนั้นก็แบ่งหัวข้อเรื่องต่างๆ อ่านและสรุปใจความสำคัญ


Skills : ทักษะ

1. ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
2. ระดมความคิดเกี่ยวกับการหาหนังสือวิทยาศาสตร์แต่ละเล่ม


Adoption : การนำไปใช้

1. นำความรู้ที่ศึกษาค้นคว้ามาไปใช้บูรณาการในการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ได้
2. ศึกษาความรู้เพิ่มเติมจากหนังสือเพื่อนในห้องเรียนแล้วนำมาบูรณาการได้


Teaching Techniques : เทคนิคการสอน

1. ให้นักศึกษาศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
2. ระดมความคิดกับเพื่อนในห้องเรียน
3. การสังเคราะห์-วิเคราะห์ความรู้ที่ได้จากหนังสือวิทยาศาสตร์


Assessment : การประเมิน
ตัวเอง        แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าเรียนตรงต่อเวลา ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง

เพื่อน         แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เข้าเรียนสายนิดหน่อย ร่วมกันสังเคราะห์ - วิเคราะห์ เนื้อหา

                  ในหนังสือของแต่ละคน

ครูผู้สอน    แต่งกายสุภาพเรียบร้อยเข้าสอนตรงเวลา สอนเข้าใจง่าย นักศึกษามีส่วนร่วมในการเรียน 

                 ให้นักศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง  

ห้องเรียน   ห้องสะอาดเรียบร้อย อุปกรณ์พร้อมใช้งาน ห้องสมุดเรียบร้อย มีหนังสือพร้อมศึกษาค้นคว้า





วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558


Article

แหล่งอ้างอิง : นางสาวจีเรียง  บุญสม
                       โรงเรียนบ้านทุ่งมะขามเฒ่า อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี 
                       ระดับชั้น  อนุบาล  1 – 2 (อายุ 4-5 ปี)

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. สังเกตุ สำรวจ บันทึกข้อมูลและนำเสนอข้อมูลดอกไม้ที่สนใจ
2. เรียงลำดับภาพการเจริญเติบโตของดอกไม้ได้อย่างถูกต้อง
3. เลือกวิธีและสร้างผลงานเกี่ยวกับดอกไม้

ความเป็นมา

     ครูและนักเรียนชั้น อ. 1 และ อ. 2 สนทนาพูดคุยถึงเหตุการณ์การถ่ายทำวีดิทัศน์เพื่อเผยแพร่การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ซึ่งตอนที่ถ่ายทำคือ หน่วยดอกไม้แสนสวย กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เรื่อง การเจริญเติบโตของดอกไม้ แต่ขณะที่ถ่ายทำเด็กๆสงสัยว่า เมื่อดอกไม้เป็นอย่างไร?จากนั้นเด็กๆ จึงร่วมกันหาคำตอบจากประสบการณ์จริง

กระบวนการเรียนรู้  

       เด็กๆเรียนรู้ผ่านกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ โดยเริ่มจากสิ่งที่เด็กๆสงสัย  จากนั้นให้เด็กๆลองคาดคะเนการเจริญเติบโตของดอกไม้ จากนั้นให้เด็กวางแผนและปฏิบัติตามแผนโดยการสังเกตุความเปลี่ยนแปลงการเจริญเติบโตของดอกไม้และมีการจดบันทึกและมีการสอบถามผู้เชี่ยวชาญ หลังจากศึกษารวบรวมข้อมูล เด็กๆร่วมกันสนทนาและสรุปถึงความลับของดอกไม้ตั้งแต่เริ่มเกิดจนกระทั่งร่วงหล่นแล้วเด็กๆก็ได้สร้างผลงานตามกลุ่ม  เช่น วาดภาพ เป็นต้น

ผลที่เกิดกับเด็ก หรือ พัฒนาการของเด็กที่เกิดจากการเรียนรู้

       เด็กมีพัฒนาการกล้ามเนื้อเล็กประสานสัมพันธ์กับตา ด้วยการวาดภาพ การประดิษฐ์ดอกไม้ พัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจ มีความสนุกสนานในการเรียนรู้ ได้ออกมานอกห้อง ด้านสังคม ได้การทำงานร่วมกับผู้อื่น และด้านสติปัญญา ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของดอกไม้แต่ละชนิด และยังมีทักษะทางวิทยาศาสตร์